หน้าเว็บ

11 ก.พ. 2555

Money



คุณรู้มั้ยว่าภาษาอังกฤษสามารถช่วยคุณเก็บสะสมเงินได้ ภาษาอังกฤษมีศัพท์มากมายที่แนะนำให้คุณเก็บเงินไว้เผื่อใช้ในยามคับขัน ถ้าคุณสนใจในการเก็บหอมรอมริบ ลองเรียนความหมายของสำนวนต่อไปนี้แล้วนำไปใช้ !


Penny-pinching. หมายถึงเก็บสะสมเงิน หรือคนที่ไม่เต็มใจที่จะจับจ่ายใช้สอยเงินที่มีอยู่ อย่างเช่น I have to do some penny-pinching this month if I want to buy that coat!
A penny saved is a penny earned. หมายถึงการไม่ใช้จ่ายเงินนั้นออกไปก็เท่ากับการได้เงินนั้นเข้ามาเพราะว่ามันยังอยู่ในกระเป๋าของคุณนั่นเอง !
The best things in life are free. มีความหมายเทียบเท่ากับ Money isn't everything, นั่นคือเงินไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้นั่นเอง เช่น ความรัก มิตรภาพ และสุขภาพ
Saving for a rainy day หมายถึงเก็บเงินออมไว้เผื่อไว้ใช้ในอนาคต หรือเก็บเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
Penny wise, pound foolish. หมายถึงคนที่จุกจิกระมัดระวังการใช้จ่ายครั้งย่อยๆ แต่ละเลยไม่รอบคอบเมื่อจ่ายครั้งใหญ่ๆ เป็นจำนวนเงินมากๆ
A fool and his money are soon parted. สำนวนนี้ให้ข้อคิดกับเราว่าคนโง่ไม่รู้จักรักษาเงินของตัวเอง !
Early to bed and early to rise, makes a man healthy, wealthy and wise. เป็นคำกล่าวของ Benjamin Franklin ที่รู้จักกันดี หมายถึงถ้าคุณเข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นแต่เช้าตรู่ คุณสามารถรวยได้ !
Money doesn't grow on trees. หมายถึงเงินทองเป็นของหายาก พ่อแม่มักบอกลูกๆ อย่างนี้ถ้าลูกเห็นอะไรก็อยากซื้อไปซะทุกอย่าง !
Money talks. เป็นสำนวนสมัยใหม่หมายความว่าเงินมีอำนาจ หรือเงินบันดาลให้อะไรเกิดขึ้นได้
In for a penny, in for a pound. สำนวนนี้ปัจจุบันหมายความว่าถ้าคุณเริ่มอะไรซักอย่างแล้วก็ควรทำต่อไปให้เสร็จ แม้ว่าคุณจะต้องใช้ความพยายามมากกว่าที่คาดไว้ก็ตาม ส่วนความหมายดั้งเดิมคือถ้าโทษของการทำผิดไม่ว่าจะเล็กใหญ่ก็มีความรุนแรงเท่ากัน ผู้คนจะเลือกทำผิดครั้งใหญ่เพราะหวังอยากได้ผลประโยชน์มากกว่า
http://englishtown.msn.co.th/community/channels/article.aspx?articleName=168-money&Ctag=168-money

23 ม.ค. 2555

                                      โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์
โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาประเภทสหศึกษา สังกัดกองการมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่เลขที่ 131/1 ถนนตลาดพลู แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600 มีเนื้อที่ 4 ไร่ 34 ตารางวา

ประวัติโรงเรียน

ขุนวรเทพีพลารักษ์ ได้ทำพินัยกรรมมอบที่ดินให้กระทรวงศึกษาธิการเพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้ง โรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2512 โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์เริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2525 เดิมชื่อโรงเรียนบางยี่เรือวรเทพีพลารักษ์ ต่อมา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2527 ได้เปลี่ยนเป็นโรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ ใช้อักษรย่อ ธ.บ.ว. เปิดสอนตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2527[ต้องการอ้างอิง]

15 ม.ค. 2555

                                                       ABOUT ENGLISH

ผลการสำรวจขององค์การ UNESCO และองค์การระดับโลกอื่นๆ ยังได้เน้นให้เห็นชัดยิ่งขึ้นถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษได้ถูกใช้เป็นภาษาทางการและกึ่งทางการในประเทศกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมีความสำคัญในประเทศอื่นๆ อีก 20 ประเทศ ภาษาอังกฤษครองความสำคัญหรืออย่างน้อยก็มีการใช้อยู่ในทวีปทั้ง 6 ทวีป และถูกใช้เป็นภาษาหลักในหนังสือ,หนังสือพิมพ์,สนามบิน,ธุรกิจระดับ สากล,วิทยาศาสตร์,เทคโนโลยี,การแพทย์,การทูต,การกีฬา,ดนตรีป๊อป และโฆษณา นักวิทยาศาสตร์สองในสามของโลกเขียนโดยใช้ภาษาอังกฤษ จดหมายสามในสี่ส่วนในโลกนี้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ข้อมูลในสื่ออิเล็คทรอนิคส์ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของโลกอยู่ในรูปของภาษาอังกฤษ  รายการวิทยุภาษาอังกฤษมีผู้รับฟังมากกว่า150 ล้านคนใน 120 ประเทศ  เด็กๆกว่า 50 ล้านคน เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาเสริมตั้งแต่ชั้นประถม และอีกกว่า80 ล้านคนเรียนในชั้นมัธยม(ข้อมูลนี้ไม่ได้รวมถึงประเทศจีน) ข้อมูลทางสถิติเหล่านี้ยังคงมีอีกมากมาย แต่เราอาจจะแสดงถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษได้อย่างเด่นชัดจากคำให้สัมภาษณ์ ของผู้ศึกษาภาษาอังกฤษจากหลายๆ ประเทศดังนี้

‘เมื่อฉันเรียนภาษาอังกฤษจบ รายได้จากการเป็นเลขานุการของฉันจะเพิ่มขึ้นถึงเกือบสิบเท่า’

(เลขานุการฝึกงานชาวอียิปต์)
‘บริษัท ของผมวางแผนธุรกิจขนาดใหญ่กับประเทศอาหรับ พวกเราไม่มีใครพูดภาษาอาหรับได้ และพวกเขาก็ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น แผนงานและการประชุมทั้งหมดของเราเป็นภาษาอังกฤษ’
(นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น)
‘หลังจากฉันศึกษาภาษาอังกฤษ ฉันรู้สึกว่าฉันได้สัมผัสกับโลกสากลเป็นครั้งแรก’
(ครูชาวไนจีเรีย)
‘ถ้าผมต้องการติดตามเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ล่าสุดให้ทันแล้วล่ะก็ แน่นอน ผมจะต้องใช้ภาษาอังกฤษอยู่เสมอ’
(หมอชาวอินเดีย)
ใน ประเทศไทย นักเรียนนักศึกษาก็มีความสนใจที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างมากเช่นกัน ขณะที่ระบบการศึกษาตามหลักสูตรในโรงเรียนยังไม่สามารถเอื้ออำนวยให้ได้อย่าง เพียงพอ ดังจะเห็นได้จากการที่มีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ซึ่งก็สามารถตอบสนองผู้ต้องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังคงมีจุดด้อยอยู่บางประการ เช่น ราคาค่าเล่าเรียนสูง ความไม่สะดวกในการเดินทาง การขาดแคลนบุคคลากรผู้สอนที่มีคุณภาพ ซึ่งในจุดนี้ การนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้สามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้


ส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษก็คือ การเรียนรู้คำศัพท์ ดังที่ Meara (1993) ได้เน้นถึงความสำคัญของเรื่องนี้เอาไว้ว่า Vocabulary is beginning to occupy a central place in the way people learn a language. Learning words and their meanings and how they are used is increasingly seen as the key to learning a language, not just an annoying or irrelevant side activity.
(การเรียนรู้) คำศัพท์ได้เริ่มกลายเป็นจุดศูนย์กลางของวิธีที่ผู้คนเรียนรู้ภาษา การเรียนรู้คำ, ความหมายและการใช้คำ ได้รับการยอมรับสูงขึ้นในฐานะของการเรียนรู้ภาษา ไม่ใช่เป็นเพียงกิจกรรมประกอบที่น่ารำคาญหรือไม่เกี่ยวข้อง (กับการเรียนรู้ภาษา) อีกต่อไป ซึ่งเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันสามารถนำมาประยุกต์เพื่อใช้ในการสอนคำ ศัพท์ภาษาอังกฤษได้ โดยที่ผู้เรียนสามารถทำการศึกษาได้ด้ว




10 ม.ค. 2555

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม




ทฤษฏีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม (Cognitivism)  เน้นกระบวนการทางปัญญาหรือความคิด  ซึ่งเป็นกระบวนการภายในของสมอง  นักคิดกลุ่มนี้มีความเชื่อว่าการเรียนรู้ของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องของพฤติกรรมที่เกิดจากกระบวนการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเพียงเท่านั้น  การเรียนรู้ของมนุษย์มีความซับซ้อนยิ่งไปกว่านั้น  การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางความคิดที่เกิดจากการสะสมข้อมูล  การสร้างความหมายและความสัมพันธ์ของข้อมูลและการดึงข้อมูลออกมาใช้ในการกระทำและการแก้ปัญหาต่างๆ  การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางสติปัญญาของมนุษย์ในการที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ตนเอง  ทฤษฏีในกลุ่มนี้ที่สำคัญๆ มี  5  ทฤษฏี  คือ  

 
-   ทฤษฎีเกสตัลท์(Gestalt Theory)  แนวความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของทฤษฏีนี้ คือ  การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางความคิดซึ่งเป็นกระบวนการภายในตัวมนุษย์  บุคคลจะเรียนรู้จากสิ่งเร้าที่เป็นส่วนรวมได้ดีกว่าส่วนย่อย  หลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้จะเน้นกระบวนการคิด  การสอนโดยเสนอภาพรวมก่อนการเสนอส่วนย่อย  ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีประสบการณ์มากและหลากหลายซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามรถคิดแก้ปัญหา  คิดริเริ่มและเกิดการเรียนรู้แบบหยั่งเห็นได้

 
-   ทฤษฎีสนาม(Field Theory)  แนวความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของทฤษฏีนี้ คือ  การเรียนรู้เกิดขึ้นเมื่อบุคคลมีแรงจูงใจหรือแรงขับที่จะกระทำให้ไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตนต้องการ  หลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้เน้นการเข้าไปอยู่ใน โลก ของผู้เรียน  การสร้างแรงจูงใจหรือแรงขับโดยการจัดสิ่งแวดล้อมทั้งทางกายภาพและจิตวิทยาให้ดึงดูดความสนใจและสนองความต้องการของผู้เรียนเป็นสิ่งจำเป็นในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้

 
-   ทฤษฎีเครื่องหมาย(Sign Theory)  ของทอลแมน(Tolman)  แนวความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของทฤษฏีนี้ คือ  การเรียนรู้เกิดจากการใช้เครื่องหมายเป็นตัวชี้ทางให้แสดงพฤติกรรมไปสู่จุดหมายปลายทาง  หลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้เน้นการสร้างแรงขับและหรือแรงจูงใจให้ผู้เรียนบรรลุจุดมุ่งหมายใดๆ  โดยใช้เครื่องหมาย  สัญลักษณ์หรือสิ่งอื่นๆ ที่เป็นเครื่องชี้ทางควบคู่ไปด้วย

 
-   ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา(Intellectual Development Theory)  นักคิดคนสำคัญของทฤษฏีนี้มีอยู่  2  ท่าน  ได้แก่  เพียเจต์(Piaget)  และบรุนเนอร์(Bruner)  แนวความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของทฤษฏีนี้เน้นเรื่องพัฒนาการทางสติปัญญญาของบุคคลที่เป็นไปตามวัยและเชื่อว่ามนุษย์เลือกที่จะรับรู้สิ่งที่ตนเองสนใจและการเรียนรู้เกิดจากระบวนการการค้นพบด้วยตนเอง  หลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้  คือ  คำนึงถึงพัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียนและจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนอย่างเหมาะสมกับพัฒนาการนั้น  ให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์และมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมมากๆ  ควรเด็กได้ค้นพบการเรียนรู้ด้วยตนเอง  ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้คิดอย่างอิสระและสอนการคิดแบบรวบยอดเพื่อช่วยส่งงเสริมความคิดสร้างสรรค์ของผุ้เรียน

 
-   ทฤษฏีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย(A Theory of Meaningful Verbal Learning)  ของออซูเบล(Ausubel)  เชื่อว่า  การเรียนรู้จะมีความหมายแก่ผู้เรียน  หากการเรียนรู้นั้นสามารถเชื่อมโยงกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่รู้มาก่อน  หลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้  คือ  มีการนำเสนอความคิดรวบยอดหรือกรอบมโนทัศน์  หรือกรอบแนวคิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแก่ผู้เรียนก่อนการสอนเนื้อหาสาระนั้นๆ  จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนเนื้อหาสาระนั้นอย่างมีความหมาย

ทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มพุทธินิยมนี้ให้ความสำคัญกับความสามารถในการตั้งวัตถุประสงค์ 

การวางแผน  ความตั้งใจ  ความคิด  ความจำ  การคัดเลือก  การให้ความหมายกับสิ่งเร้าต่างๆ  ที่ได้จากประสบการณ์  ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มพฤติกรรมนิยมแล้วเห็นว่ามีความแตกต่างกันดังนี้

            กลุ่มพฤติกรรมนิยม  : อินทรีย์สร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองอันก่อให้เกิดความพึงพอใจ
อ้างอิง: http://www.wijai48.com/learning_stye/learningprocess.htm


 


25 ธ.ค. 2554

Wh-word

Wh-words และ How

Wh-words and How คือ คำที่ใช้แสดงคำถาม เช่น what, which, when, where, who, Whom, Whose, why, how, how much, how many, how old, how+ Adjective (หรือ adverb)
โดยมีการเรียงรูปประโยค ดังนี้





คำถาม กริยาช่วย/Verb to be ประธาน (กริยา)+ส่วนอื่น ๆ
 
ถ้ากริยาในประโยคเป็น  Verb to be หรือมีกริยาช่วยตัวอื่น ๆ เราเพียงแต่สลับ Verb to be หรือ กริยาช่วยมาไว้หน้าประธาน ส่วนอื่น ๆ ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม เช่น 
What : (อะไร)  ใช้ถามเกี่ยวกับสัตว์และสิ่งของทั่วไ ปก็ได้

  • เวลาเท่าไหร่แล้ว à What time is it?
Which : (คนไหน, อันไหน,ตัวไหน) ใช้ถามได้ทั้งคน สัตว์ สิ่งของเป็นได้ทั้ง Adjective และ Pronoun

  • วิชาไหนที่คุณชอบมากกว่ากัน à which subject do u prefer, science or math?
When : (เมื่อไหร่) เป็นได้แต่adverbอย่างเดียว  ใช้ถามถึงเวลา

  • คุณจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ à When will you be back?
Where : (ที่ไหน)  เป็นได้แต่adverbอย่างเดียว ใช้ถามถึงสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ หรือที่ๆจะไปสู่

  • รถของคุณจอดอยู่ที่ไหน à Where do you park a car?
Who : (ใคร) เป็น Pronoun อย่างเดียว ใช้กับคนและใช้เป็นประธานเสมอ

  • ชายคนนั้นคือใคร à Who is that man?
Whom : ใคร เป็น pronoun อย่างเดียว ใช้ถามถึงคนในกรณีที่บุคคลนั้นทำหน้าที่เป็นกรรม

  • เขากำลังพูดกับใคร à Whom is he speaking with?
Whose : (ของใคร) ใช้กับคนเพื่อถามถึงเจ้าของ

  • นั่นบ้านของใครà Whose house is that?

Why : (ทำไม) ใช้ถามเมื่อต้องการทราบเหตผล, สาเหตุ หรือ จุดประสงค์

  • ทำไมคุณจึงมาสายà Why are you late?
How : (อย่างไร) ใช้ถาม ในลักษณะของอาการ ,วิธีการ , และขั้นต้นประโยคสำหรับการทักทาย     

  • เชาเล่นเปียโนไดอย่างไรบ้าง  à How does he play the piano?
 



มาทำแบบฝึกหัดกันค่ะ 

 
Exercise
1.  A: _____________ papers are these?
     B:Not mine.

        a. Whose
      b. Where
     c. Whom
      d. Why
2.  A: ____ is he?
     B: getting better.
                 a. What
      b. How
      c. Who
      d. Where
3.  A: _____________ students want to come?
     B: Only John and Adam.

                   a.  How many
                   b.  How much
                   c.  How often
                   d. How are 
4.   A: _____________ does it takes
      B: 45 minutes
                   a. How fast
                   b. How long
                   c. How far
                   d. How much
5.    A: _____________ the matter?
       B: I don't feel well.

                       a.  where is
                   b.  What
                   c.  How are
                   d. What is


  Choose the best WH word:

6.  What / Where  do you want to eat?  = Pasta and cheese.

7.  What / Where   do they smoke?        = Cigarettes.

8.  How  / What    does John drive?       = Cars.

9.  Why / When   do we get up?              = Early in the morning.

10.   Who / Where   does that girl go swimming?    = At the club.

Match the question structure on the right to the answer on the left.
จับคู่โครงสร้างประโยคคำถามทางขวากกับคำตอบทางซ้ายให้ตรงกัน
For example: When we want to know a Place we ask a question Where…?

11) _____Thing                          A. How old...?
12)  _____Place                         B. How far...?
13) _____Person                       C. Who...?
14)_____Reason                        D. How high...?
15)_____Time                           E. How many...?
16)_____Age                             F. How much...?
17)_____Length                        G. Why...?
18)_____Width                          H. How long...?
                                                I. Where...?
                                                J. How wide...?
19)_____Height                         K. What...?
20)_____Distance                      L. When...?

เฉลยแบบฝึกหัดค่ะ Answer

1.a  2.d   3.a   4.b   5.d 6. what 7.where 8.How 9.when 10.Where 11.k 12 I 13.C 14.G 15.K 16. A 17.H 18.J 19.D 20.B


                         Good Luck !  

22 ธ.ค. 2554

วันเด็กแห่งชาติ

 2 มกราคม วันเด็กแห่งชาติ Children's Day.




ประวัติงานวันเด็ก
งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. 2498 ตามคำเชิญชวนของ นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก และเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติรัฐบาลได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวัน เด็กแห่งชาติขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข


คำขวัญวันเด็กประจำปี 2555 

สามัคคี มีความรู้คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี  



   พ.ศ.2499 - จอมพล ป.พิบูลสงคราม - จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
พ.ศ.2502 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
พ.ศ.2503 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
พ.ศ.2504 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
พ.ศ.2505 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
พ.ศ.2506 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด
พ.ศ.2507 - งดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ
พ.ศ.2508 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี
พ.ศ.2509 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี
พ.ศ.2510 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย
พ.ศ.2511 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง
พ.ศ.2512 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ
พ.ศ.2513 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
พ.ศ.2514 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ
พ.ศ.2515 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
พ.ศ.2516 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ.2517 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ - สามัคคีคือพลัง
พ.ศ. 2518 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ - เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี
พ.ศ.2519 - หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช - เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้
พ.ศ.2520 - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย
พ.ศ.2521 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ.2522 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
พ.ศ.2523 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ.2524 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
พ.ศ.2525 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ.2526 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
พ.ศ.2527 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
พ.ศ.2528 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
พ.ศ.2529 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2530 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2531 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2532 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2533 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2534 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา
พ.ศ.2535 - นายอานันท์ ปันยารชุน - สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม
พ.ศ.2536 - นายชวน หลีกภัย - ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2537 - นายชวน หลีกภัย - ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2538 - นายชวน หลีกภัย - สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2539 - นายบรรหาร ศิลปอาชา - มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด
พ.ศ.2540 - พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ - รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด
พ.ศ.2541 - นายชวน หลีกภัย ขยัน - ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ.2542 - นายชวน หลีกภัย ขยัน - ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ.2543 - นายชวน หลีกภัย - มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ.2544 - นายชวน หลีกภัย - มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ.2545 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
พ.ศ.2546 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
พ.ศ.2547 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน
พ.ศ.2548 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
พ.ศ.2549 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
พ.ศ.2550 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ - มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข
พ.ศ.2551 - พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ - สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ.2552 - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี
 

ประเทศไทยได้จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 เป็นต้นมา
โดยได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบจัดงาน (ตามที่ปรากฏในคำนำ ของหนังสือ
วันเด็กแห่งชาติ ปี 2538) และได้ริเริ่มจัดพิมพ์หนังสือวันเด็กแห่งชาติ ฉบับแรก เมื่อปี พ.ศ.
2502 (ตามที่ปรากฏในคำนำ ของหนังสือวันเด็กแห่งชาติ ปี 2508)
ที่มา fwmail

10 ธ.ค. 2554

About Me

     SUPAPORN  SITTHISORN
      Nickname Mai 


                                                          My Pictures 

โชว์ผลงานค่ะ


ตั้งใจมากๆค่ะ

beautiful girl



The end for seminar (happy happy)    

                      จงเรียนรู้ที่จะมีความสุข......ด้วยใจ ......ไม่ใช่ด้วยใคร